Toxin กับ สภาวะสุขภาพ

 

Toxin ของเสียที่เป็นพิษกับเซลล์ มาจากภายนอก เช่น ไวรัส แบคทีเรีย หรือสารเคมี โลหะหนักในอาหาร น้ำ อากาศ ยา เครื่องสำอางค์ ของใช้ ยาสีฟัน สบู่ แชมพู หรือจากภายในเป็น ของเสียที่เซลล์สร้างขึ้น มาจากการทำงานมากเกินไป เช่นเครียด นอนดึก ใช้ร่างกายหรือออกกำลังกายหักโหมเกินไป

ของเสียที่เป็นพิษหรือ toxin เหล่านี้ ร่างกายต้องกำจัดออกให้หมด เพราะจะทำให้เซลล์ร่างกายมีปัญห

ของเสียเหล่า...นี้แบ่งเป็น 2ประเภท 1. ละลายในน้ำ 2.ละลายในไขมัน พวกละลายในน้ำ ร่างกายกำจัดออกทาง ไต เป็นปัสสาวะ ทางผิวหนังเป็นเหงื่อ เป็นช่องทางหลัก พวกละลายในไขมัน ร่างกายกำจัดออกผ่านทาง ตับ ลำไส้ ต่อมไขมันที่ผิวหนังที่หน้า รักแร้ เป็นต้น เป็นช่องทางหลัก


คนบางคน มีของเสียที่ขับออกไม่หมดในแต่ละวัน อาจจะเกิดจาก ช่องทางหลักในการขับทำงานไม่ดี หรือได้รับtoxin เหล่านี้จากภายนอกมากเกินไป หรือร่างกายทำงานหนักสร้างของเสียเหล่านี้มากเกินความสามารถในการขับทิ้ง


ร่างกายคนเราโดยปกติจะมีช่องทางสำรองในการขับของเสีย

  • ขับออกทางผิวหนัง เป็นผื่นคัน เป็นลมพิษ รังแค ผิวหนังหลุดลอกเป็นขุยสะเก็ด
  • ขับออกทางการหายใจ มีน้ำมูก ไอ จาม เสมหะ

การขับออกทางช่องทางรอง ร่างกายจะใช้เป็นช่วงๆ เมื่อปลอดภัยแล้วจะหยุดใช้ แต่บางคนจะใช้เป็นประจำจนกลายเป็นภาวะเรื้อรัง การแพทย์เรียกว่า ภูมิแพ้อากาศ ภูมิแพ้ผิวหนัง จริงๆไม่ได้แพ้อะไร แต่เป็นการทำงานของร่างกายในการขับของเสียเพื่อช่วยร่างกาย

ในประเทศเยอรมัน มีการศึกษา เกี่ยวกับ ระดับtoxin กับการทำงานของร่างกาย และโรคหรืออาการแสดงที่พบ เรียกว่า homotoxicology

 

แบ่งเป็น 7 ระดับ

ระดับ 0 normal (ปกติ สุขภาพดี) ร่างกายจัดการของเสียออกหมด โดยใช้ช่องทางหลัก ปัสสาวะ อุจจาระ เหงื่อ ไม่ต้องใช้ช่องทางรอง หรือนานๆจะใช้ครั้งหนึ่ง แล้วก็หยุด เช่นนานๆจะไอจามสักที มีผื่นคันแล้วก็หายเอง.

ระดับ 1 excretion (การขับทางช่องทางรอง) ร่างกายขับของเสียในช่องทางหลักไม่หมด ต้องใช้ช่องทางรองตลอดเวลาหรือบ่อยมาก มีผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เช่น Seb derm. Atopic สะเก็ดเงิน รังแค สิวขึ้นประจำ ลมพิษเรื้อรัง หรือภูมิแพ้อากาศ มีน้ำมูกไหลประจำ มีเสมหะ จามทุกเช้า ร่างกายมีอาการเหล่านี้เพื่อช่วยให้ร่างกายส่วนใหญ่ยังแข็งแรงไม่มีของเสียสะสม

ระดับ 2 inflammation (การอักเสบต่อเนื่อง) ร่างกายขับของเสียออกทางผิวหนังและน้ำมูก ไม่หมดแล้ว ร่างกายจึงต้องใช้ การอักเสบช่วยทำลายtoxin เหล่านั้น อาการแสดง มีไข้บ่อยๆ ติดเชื้อง่าย เกิดการอักเสบของผิวหนัง เช่นสิวอักเสบ ผิวอักเสบแดงคันมาก โพรงจมูก คอ ทอลซิลอักเสบ ต่อมน้ำเหลืองอักเสบ เป็นต้น

ระดับ 3 deposition (การสะสมของเสียในร่างกาย) เมื่อการขับและการอักเสบ ไม่สามารถขับของเสียได้หมด ร่างกายเริ่มเหนื่อยล้าและเสียหายจากการอักเสบ ร่างกายจึงเริ่มใช้การ สะสมของเสียไว้ในช่องว่างในร่างกาย ร่วมกับการขับและการอักเสบที่เริ่มลดลง อาการแสดง เช่น ต่อมน้ำเหลืองหรือทอลซิลโตไม่ยุบ. มีก้อน,ซิ้ด,นิ่วตามที่ต่างๆ ถ้าของเสียสะสมในช่องว่างเช่น ข้อต่างๆ เกิดอาการปวด อักเสบบ้าง ถ้าของเสียสะสมในเลือดจะพบค่าlabผิดปกติ ของเสียสะสมในเซลล์ไขมัน จะพบเซลลูไลต์ ไขมันที่หน้าท้องและต้นแขน ต้นขา เพิ่มขึ้น ลดไม่ลงไม่ว่าจะออกกำลังกายมากเท่าไร คนที่อยู่ในระยะนี้จะรู้สึกร่างกายไม่สดชื่น ไม่ค่อยมีแรง เหนื่อยง่าย ขยับตัวทีต้องใช้แรงเยอะกว่าเดิม เพราะต้องแบกของเสียที่สะสมไว้ด้วย ยิ่งทำให้ไม่อยากออกกำลังกาย หรือขยับตัว

ระดับ 4 impregnation ( รุกรานเซลล์ ) เมื่อร่างกายและอวัยวะต่างๆสะสมของเสียจนมากพอและไม่เหลือที่ว่างอีกต่อไป ของเสียจะเข้าสู่เซลล์ต่างๆในร่างกาย เซลล์เริ่มทำงานผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ อาการแสดงที่พบ คนนั้นพบโรคที่สามารถวินิจฉัยทางการแพทย์ ต้องทานยาอยู่ตลอดเวลา เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคไทรอยด์ พากินสัน โรคอื่นๆอีกมากมาย ร่างกายและอวัยวะจะทำงานได้อยู่ในเกณฑ์ปกติจากการควบคุมของยาเท่านั้น ถ้าไม่ทานยาจะทำงานเป็นปกติไม่ได้ และจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณและชนิดของยาอย่างต่อเนื่อง

ระดับ 5 degeneration (เซลล์ตายและเสื่อมสภาพ) ของเสียจากทุกแหล่งรวมทั้งยาที่ทานอย่างต่อเนื่องสะสมในเซลล์ถึงที่สุด เซลล์จะหยุดทำงานและตาย ผลที่เกิดขึ้น ร่างกายจะไม่ตอบสนองต่อยาที่ทานอีกต่อไปแมัเพิ่มขนาดและปริมาณถึงที่สุด คนไข้เข้าสู่ภาวะอวัยวะล้มเหลว คนไข้ต้องใช้เครื่องมือต่างๆช่วยทำงานแทนอวัยวะนั้นๆ เช่น เครื่องฟอกไต เครื่องช่วยหายใจ เครื่องกระตุ้นหัวใจ ต้องผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะหรือตัดอวัยวะบางส่วนทิ้งไป หรือไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลเพื่อใช้ชิวิตปกติได้อีกต่อไป และเสียชิวิตในที่สุด

ระดับ 6 differentiation (เซลล์กลายพันธ์) ในภาวะร่างกาย,อวัยวะและเซลล์เต็มไปด้วยtoxin. เซลล์ในอวัยวะนั้นๆต้องปรับตัวเพื่อความอยู่รอดและประสบความสำเร็จ สามารถอยู่ได้ในภาวะเป็นกรด (ของเสียเยอะ) ออกซิเจน เลือดและ อาหารน้อย เริ่มแย่งอาหารจากเซลล์อื่น เติบโตได้อีกครั้งในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย และไม่อยู่ในการควบคุมของร่างกายอีกต่อไป นั่นคือการเกิดมะเร็งนั่นเอง