เมื่อ ‘เซ็บเดิร์ม’ ทำผิวหนังป่วย

เมื่อผิวหน้าที่เคยสวยใสกลับมีขุยขาวๆ ขึ้นเต็มหน้าไปหมด หนำซ้ำยังเป็นผื่นแดงระเรื่อ มีอาการคันยิบๆ แล้วก็ยังเป็นๆ หายๆ และส่อเค้าว่าจะไม่หายขาดมีแต่จะเป็นมากขึ้น 

ใครเจอเรื่องแบบนี้คงกลุ้มอกกลุ้มใจไม่น้อยทีเดียว และหารู้ไม่ว่าอาการที่กำลังเป็นอยู่นั้น คือภาวะผิวหนังอักเสบชั่วคราว หรือที่เรียกว่า  “เซ็บเดิร์ม” (Seborrheic Dermatitis) แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการเข้าสังคม หากขาดดูแลและรักษาอย่างถูกต้อง

 

 

รู้จักก่อนดูแล

ปัจจุบันนี้มีผู้ป่วยภาวะผิวหนังอักเสบหรือเซ็บเดิร์มเพิ่มสูงขึ้น โรคเซ็บเดิร์มนี้เป็นโรคในกลุ่มเดียวกับรังแคและโรคสะเก็ดเงิน ซึ่งเป็นโรคผิวหนังเรื้อรัง ไม่เป็นโรคติดต่อ และยังไม่ทราบสาเหตุของโรคที่แน่ชัด แพทย์ปัจจุบันสันนิษฐานว่า สาเหตุของเซ็บเดิร์มอาจเกิดจากเชื้อรา เชื้อยีส  และกรดไขมันจำเป็นบางชนิด 

ส่วนในมุมมองทางการแพทย์ของ AMC Clinic มีความเห็นเพิ่มเติมว่า ส่วนหนึ่งเซ็บเดิร์ม เกิดจากกลไกการรักษาตัวเองของร่างกายอ่อนแอจนเกิดภาวะเสียสมดุล

  • ภาวะร่างกายเสียสมดุลและสูญเสียการรักษาตัวเอง เช่น การรับประทานอาหารที่มีสารพิษแล้วร่างกายไม่สามารถขจัดออกมาได้ จึงมีสารพิษตกค้างและสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน 
  • มีพฤติกรรมการใช้ชีวิตไม่ถูกต้อง เช่น ไม่ออกกำลังกาย กินอาหารไม่ถูกสุขลักษณะ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  รับประทานอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มที่ร้อนจัด
  • ขาดวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย 
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ 
  • อวัยวะในร่างกายทำงานผิดปกติ อาทิ ท้องผูก เป็นต้น 
  • การเสียสมดุลด้านในจิตใจด้วย เช่น ความเครียด ความกดดันจากการทำงานหรือชีวิตครอบครัว 
  • ปัจจัยอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ผิวหน้าแห้ง ล้างหน้าด้วยสบู่บ่อยครั้งเกินไป ใช้น้ำอุ่นล้างหน้า โดนแสงแดดจัด ใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์ 

ทั้งหมดข้างต้นนี้ล้วนแต่เป็นสาเหตุของเซ็บเดิร์ม และกระตุ้นให้เซ็บเดิร์มกลับมากำเริบได้ 

 

อาการแบบนี้ใช่เซ็บเดิร์มหรือไม่

ส่วนใหญ่อาการของเซ็บเดิร์มมักจะเริ่มมีอาการเป็นผื่นแดงและมีขุยคล้ายสะเก็ดขาวๆ ตามใบหน้า เช่น หน้าผาก ข้างแก้ม คิ้ว เหนือคิ้ว ร่องจมูก หรือแนวไรผม นอกจากนี้อาจพบผื่นที่หนังศีรษะคล้ายรังแค และตามตำแหน่งอื่นๆ ที่มีต่อมไขมันมาก ได้แก่ ในรูหู หลังหู ในสะดือ และหัวเหน่า ในบางรายอาจมีอาการคันร่วมด้วย  และอาจพบเซ็บเดิร์มในตำแหน่งเดียวกับสิวด้วยเช่นกัน 

ผู้ป่วยเซ็บเดิร์มมักจะเป็นๆ หายๆ บางคนนานๆ เป็นที เช่น หลายเดือนค่อยกลับมาเป็นสักครั้ง ขณะที่บางคนอาจจะพบว่าเป็นบ่อยมาก ดูเหมือนอาการจะหายได้ไม่กี่วันก็กลับมากำเริบอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะร้อนจัดหรือหนาวจัด ร้อยละ 5 ของผู้ป่วยเซ็บเดิร์มอาจมีตุ่มแดงหรืออาจมีตุ่มหนองร่วมด้วยตรงบริเวณคาง หน้าอก และกลางแผ่นหลัง ซึ่งกลุ่มที่มีอาการตุ่มแดงจะมีอาการของโรครุนแรงกว่าปกติ 

 

เคล็ดลับการรักษาเซ็บเดิร์ม

แบบยั่งยืนด้วย ‘Skin  Code’ 

แม้เซ็บเดิร์มจะยังไม่มีวิธีการรักษาให้หายขาด แต่เราก็สามารถดูแลตัวเองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ ด้วยการปรับสมดุลร่างกายและจิตใจด้วยวิธีการแพทย์แบบผสมผสาน 

โดย  AMC Clinic จะเข้าไปค้นหาสาเหตุที่ทำให้ร่างกายของคนไข้เซ็บเดิร์มเสียภาวะสมดุล และวิเคราะห์หาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนจะใช้โปรแกรมการรักษาแบบผสมผสานแบบ Skin codeนวัตกรรมการบำบัดผิวครบวงจร เหมาะสำหรับผู้มีปัญหาผิวหนังเรื้อรัง และรักษาด้วยการทำทรีทเม้นต์หรือเลเซอร์แล้วได้ผลลัพธ์ของการรักษาลดลง ด้วยหลักการ ‘Double Energy: Inner Balance Outer Healthy’ ที่สามารถออกแบบโปรแกรมการรักษาได้เฉพาะแต่ละบุคคล ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และฟื้นฟูสภาพผิวให้แข็งแรงขึ้นในระยะยาว 

นอกจากนั้น หากได้รับการรักษาด้วยโปรแกรม Skin Code อย่างต่อเนื่อง 1-2 เดือน ก็จะช่วยให้อาการของโรคปรากฏน้อยลง หรืออาจจะไม่กลับมาเป็นอีกเลย และจะได้ไม่ต้องรำคาญใจกับอาการเป็นๆ หายๆ ของโรคเซ็บเดิร์มอีกต่อไป

 

รู้จักสองพลังพิชิตเซ็บเดิร์ม Double Energy 

Inner Balance นวัตกรรมการปรับสมดุลพลังงานภายในเซลล์ผิวโดยใช้พลังงานคลื่นความถี่เฉพาะที่ล้ำสมัย ร่วมกับการออกแบบโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิวและปัญหาของแต่ละบุคคล กระตุ้นให้เซลล์ผิวในร่างกายขับสารพิษ เพิ่มประสิทธิในการรักษาของยาและเลเซอร์ให้เห็นผลได้เร็วขึ้น

Outer Healthy นวัตกรรมการบำบัดผิวภายนอกโดยใช้พลังงานคลื่นแสงร่วมกับคลื่นความถี่วิทยุ เพื่อลดอาการอักเสบของผิว ฟื้นฟูสภาพผิวแพ้เรื้อรัง และเพิ่มความแข็งแรงของผิวชั้นนอก ให้สามารถปกป้องมลภาวะที่เป็นพิษ แสงแดด หรือสิ่งกระตุ้นจากปัจจัยภายนอกได้